คุณแม่ห้ามพลาด! 4 นิทานที่ควรมีไว้เพื่อเสริมทักษะลูกน้อย

วัยเด็ก เป็นวัยที่จำเป็นต้องเสริมทักษะในหลายๆ ด้าน เพื่อให้พวกเขามีพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกายและสมองที่เป็นไปตามวัยมากขึ้น

ซึ่งตัวช่วยหนึ่งที่จะเสริมทักษะของลูกน้อยได้ดี ก็คือ นิทานเด็กนั่นเอง และในบทความนี้เราก็ได้คัดเอานิทานเสริมทักษะ 4 เรื่องที่มีส่วนช่วยในการเสริมทักษะได้อย่างดีเยี่ยมมาฝากกัน จะมีเรื่องใดบ้างนั้นมาดูกันเลย

1.นิทานเรื่องสิงโตมุ่งมั่นสิงโตมุ่งมั่น ดูจากชื่อเรื่องก็พอจะมองแนวเรื่องออกใช่ไหมเอ่ย ว่าเป็นนิทานที่สอนให้เด็กๆ มีความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ไปได้อย่างไม่ย่อท้อ ทั้งยังสอนให้เด็กๆ รู้จักคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาเหมือนกับที่เจ้าสิงโตตัวน้อยสามารถแก้ปัญหาและฝ่าฟันอุปสรรคไปได้อย่างง่ายดายอีกด้วย ซึ่งก็จะช่วยเสริมทักษะทางด้านสติปัญญา การคิดวิเคราะห์ ได้ดีทีเดียวคุณแม่ห้ามพลาด! 4 นิทานที่ควรมีไว้เพื่อเสริมทักษะลูกน้อย

     เล่นพนันกีฬา คาสิโนออนไลน์ goldclub slot กับเว็บไซต์ชั้นนำ กับเราได้ที่นี่ สมัครง่ายโปรโมชั่นดี มีพนักงานบริการ 24 ชั่วโมง แทงบอลออนไลน์ กับเว็บไซต์ชั้นนำ และบริการอื่นๆ อีกมากมาย

2.นิทานเรื่องยีราฟใจดียีราฟใจดี เป็นนิทานที่สอนให้เด็กรู้จักการเข้าสังคมกันผู้อื่นและรู้จักปรับตัวเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ทั้งยังเป็นการปลูกฝังคุณธรรมอันดีงามให้กับเด็กๆ อีกด้วย ซึ่งเนื้อเรื่องก็จะมีความสนุกและเพลิดเพลินเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีคุณลุงยีราฟผู้ใจดี มาพาเด็กๆ ไปเปิดโลกกว้างและเรียนรู้กับการยอมรับความคิดที่หลากหลายของผู้อื่นนั่นเอง

3.นิทานเรื่องโลมาร่าเริงโลมาร่าเริง เป็นนิทานเสริมทักษะ ที่จะช่วยฝึกให้ลูกน้อยรู้จักจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง มีนิสัยร่าเริงแจ่มใส และสอนให้เด็กรู้จักที่จะให้ความใส่ใจผู้อื่นมากขึ้น อีกทั้งยังมีแบบทดสอบสนุกๆ ให้ลูกน้อยได้ทดลองทำเล่นๆ กันอีกด้วย ใครที่อยากให้เจ้าตัวน้อย เติบโตเป็นเด็กที่มีอารมณ์ดีและสามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างดีเยี่ยม นิทานเรื่องโลมาร่าเริง จะช่วยฝึกทักษะให้กับเขาได้ดีทีเดียว

4.นิทานเรื่องนกฮูกหัวไวนกฮูกหัวไว เป็นนิทานสำหรับเด็ก ที่จะช่วยเสริมทักษะในด้านของความฉลาดและการมีไหวพริบที่ดี ทั้งยังทำให้เจ้าตัวน้อยมีระดับ IQ สูงอีกด้วย เพราะฉะนั้นอยากให้ลูกน้อยฉลาด ก็ให้เข้าได้อ่านนิทานเรื่องนกฮูกหัวไวดูสิเพื่อให้ลูกน้อยมีทักษะในหลายๆ ด้านที่พัฒนาการอย่างสมวัย และมีระดับ IQ, EQ สูงขึ้น ลองหาซื้อนิทานเหล่านี้ มาให้เขาได้อ่านบ่อยๆ ดูสิ หรือคุณแม่จะอ่านให้เขาฟังก่อนนอนเป็นประจำก็ได้ ซึ่งนอกจากจะเสริมสร้างทักษะได้ดีแล้ว ก็ยังช่วยสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแม่กับลูกอีกด้วย

ยังไงดีชีวิต? “เนย์มาร์” เอี่ยวคดีทุจริต ส่อจำคุก 2 ปี

ยังไงดีชีวิต? "เนย์มาร์" เอี่ยวคดีทุจริต ส่อจำคุก 2 ปีเนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิล ของ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แเดนกระทิงดุ ต้องพบกับเรื่องยุ่งยากในชีวิตเสียแล้ว หลังอัยการได้ยื่นส่งฟ้องขอให้ศาลสเปน สั่งจำคุกเป็นเวลา 2 ปี พร้อมทั้งปรับเงินอีก 10 ล้านยูโร (ราว 370 ล้านบาท) ฐานมีเอี่ยวเกี่ยวกับการทุจริตในเรื่องของการย้ายทีม

ดาวเตะวัย 24 ปี มีส่วนกับการคอร์รัปชั่นในการย้ายทีมจาก ซานโตส ต้นสังกัดเก่าในบ้านเกิด มาร่วมทีม  บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2013 ซึ่ง ซานโดร โรเซลล์ อดีตประธานสโมสรบาร์เซโลนา ก็โดนตัดสินจำคุก 5 ปีด้วยเช่นกัน นอกจากนี้สโมสรบาร์เซโลนา ยังจะต้องถูกปรับเงินเป็นจำนวน 8.4 ล้านยูโรด้วย

โดยมีรายงานว่า ตัวของดาวเตะแซมบ้า และ อดีตประธานสโมสร ได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวเพื่อสู้คดีต่อไป ซึ่งหากท้ายสุด ศาลตัดสินว่า เจ้าตัวมีความผิดจริง ตัวของดาวยิงทีมชาติบราซิล ก็จะได้รับโทษเพียงรอลงอาญาเท่านั้น

เนื่องจากตามกฏหมายของประเทศสเปน ผู้ใดก็ตามที่ไม่เคยทำความผิดมาก่อน และมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี จะได้รับการรอลงอาญา เพียงแต่ต้องจ่ายค่าปรับเต็มจำนวน ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับที่ ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะเพื่อนร่วมสโมสรบาร์เซโลน่า เคยได้รับโทษจากคดีหลบเลี่ยงภาษี

ดี้-สุเมธ ตำหนิ 2 นักร้องดัง ร้องเพลงพระราชนิพนธ์เพี้ยน

ดี้-สุเมธ ตำหนิ 2 นักร้องดัง ร้องเพลงพระราชนิพนธ์เพี้ยนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากที่ แด๊ก ร็อคไรเดอร์ พร้อมด้วย ริม กฤษณะ นักร้องนำวง Silly Fools ได้ไปออกรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 เพื่อชวนแฟน ๆ ไปร่วมคอนเสิร์ต “ดอกไม้ของย่า บทเพลงของพ่อ” ที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย ในวันที่ 25-27 พฤศจิกายนนี้

โดยในรายการทั้งคู่ได้ร้องเพลง “พ่อครับ” และตอนจบรายการได้มีร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด” แต่เมื่อรายการออกอากาศ ผู้ที่ได้รับชมรายการเป็นจำนวนมาก ต่างตำหนิติติงว่าทั้ง 2 คน ร้องเพลงเพี้ยนเหมือนไม่ได้มีการซ้อมมาก่อน เป็นการไม่ให้เกียรติเพลงพระราชนิพนธ์ และดูถูกคนฟังทางบ้าน

ล่าสุด สุเมธ องอาจ ศิลปินชื่อดัง ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ก สุเมธ องอาจ ระบุว่า “บทเพลงพระราชนิพนธ์ที่พระองค์ท่านพระราชทานแก่ชาวไทยนั้น งดงามและมีความประณีตมากทั้งเมโลดี้และคอร์ด อัญเชิญบทเพลงกันอย่างประณีต ให้ได้ยินถึงความตั้งใจที่ดีงามหน่อยนะครับ เชื่อว่าคุณมีฝีมือกันกว่านี้แน่ถ้าตั้งใจจริง ถ้าเป็นเพลงของคนอื่นจะเล่นชุ่ยยังไงไม่มีใครว่าคุณหรอก #เพลงพระราชนิพนธ์เพลงนี้หาคนร้องผิดยากมากนะครับ”

ทางด้าน ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง ก็ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Nitipong Honark ระบุว่า “เห็นบางวงไปออกรายการช่องหนึ่ง ร้องเพลง “ความฝันอันสูงสุด” ร้องออกมาโน้ตหลักผิด ร้องเพี้ยน จึงขอฝากเตือนเรื่องการร้องเพลงพระราชนิพนธ์ควรจะศึกษาให้ดี ร้องให้ถูกโน้ตของท่าน จะเปลี่ยนสไตล์ อิมโพรไวซ์แพรวพราวแค่ไหนก็ไม่เป็นไร ไม่เกี่ยวกับป๊อบ แจ๊ส ร็อค แต่อย่าไปเปลี่ยนทำนองหลักของพระองค์ท่าน อย่าว่าแต่เพลงพระราชนิพนธ์เลย เพลงอื่นๆ ธรรมดา คนแต่งก็คงไม่ชอบนัก อย่าให้นักร้องไปร้องเพียงเพื่อเอาหน้าเอาตาในช่วงนี้เลย

“เอเอฟเอฟ” ขู่ “มาเลเซีย” หากถอนทีมเจอบทลงโทษหนักแน่

"เอเอฟเอฟ" ขู่ "มาเลเซีย" หากถอนทีมเจอบทลงโทษหนักแน่สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) ออกโรงเตือน “เสือเหลือง” ทีมชาติมาเลเซีย เจอโทษหนักแน่ หลังมีกระแสว่าเตรียมที่จะถอนตัวจาก ศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016  เนื่องจากไม่พอใจที่ เมียนมา เจ้าภาพในกลุ่มบี ที่ปฏิบัติไม่ยุติธรรมกับกลุ่มชาวมุสลิมโรฮิงยา

ดาโต๊ะ เสรี อัซซุดดิน อาหมัด เลขาธิการ สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน เผยว่า “พวกเราคงจะผิดหวังถ้า มาเลเซีย ขอถอนตัว นอกจากนั้น เอเอฟเอฟ ยังอาจสูญเสียความเชื่อมั่นในตัว ซุลต่าน อาหมัด ชาห์ ประธานของพวกเขา หากมีการถอนทีมจริง ทาง ฟีฟ่า และ เอเอฟเอฟ อาจสั่งลงโทษแบน มาเลเซีย ออกจากการแข่งขันใน 2 ครั้งต่อไป”

พร้อมกันนี้ อัซซุดดิน อาหมัด ยังเผยว่าสมาคมฟุตบอลเมียนมา รู้สึกกังวลกับข่าวนี้เช่นกัน และไม่อยากให้นำเรื่องของการเมืองมายุ่งเกี่ยวกับกีฬา โดยระบุว่า “ผมไม่เห็นด้วยกับการทำแบบนี้ ฟุตบอลเป็นกีฬา ไม่ควรเอาเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง หากคุณอยากแสดงการประท้วง ผมยังเชื่อว่ามันมีสถานที่แห่งอื่นที่สามารถไปแสดงความคิดเห็นของพวกคุณได้ ที่ไม่ใช่เวทีกีฬาแบบนี้”

3 เทคนิค วิธีเขียนคิ้วให้หน้าดูเด็กลงกว่าวัย!

3 เทคนิค วิธีเขียนคิ้วให้หน้าดูเด็กลงกว่าวัย!คิ้ว เปรียบเสมือนมงกุฏของหน้า นับว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้สาวๆ ดูมีเสน่ห์และน่าสนใจ ก็อย่างที่บอกไป คิ้ว เป็นส่วนที่ช่วยเสริมใบหน้าของสาวๆ ให้ดูเป๊ะและสวยขึ้นมากกว่าเดิม เมื่อถึงคราวที่ต้องแต่งหน้าทำสวย ผู้หญิงส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะปล่อยผ่านคิ้วไปไม่ได้ คำถามจึงเกิด แล้วต้องเขียนคิ้วแบบไหนถึงจะเข้ากับเรามากที่สุดล่ะ? หลายๆ คนคงอาจจะยังหาแบบวิธีเขียนคิ้วที่เข้ากับรูปหน้าไม่ได้ วันนี้ จึงขอเสนอ 3 เทคนิค วิธีเขียนคิ้วให้ดูหน้าเด็กลงกว่าวัย ไม่ใช่แค่เขียนให้ปัง แต่ต้องทำให้ใบหน้าของเราดูโดดเด่นจนคนต้องหันมองมาที่เราอีกด้วยเริ่มแรก ให้สาวๆ ทำการเขียนกรอบคิ้วขึ้นมาก่อน เพราะถ้าหากสาวๆ คนไหนที่มีคิ้วบาง การสร้างกรอบคิ้วขึ้นมาเป็นอันดับแรกนับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด จากนั้นเมื่อได้กรอบคิ้วแล้ว ให้ทำการเล็มขนคิ้วที่ยาวจนเกินไปออก นั่นจะช่วยทำให้สาวๆ มีใบหน้าที่ดูเด็กลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเตรียมทุกอย่างตามที่บอกพร้อมแล้ว ก็มาเริ่ม 3 เทคนิค วิธีเขียนคิ้วกันต่อเลย
เทคนิควิธีเขียนคิ้วแบบที่ 1
เขียนคิ้วแบบทื่อๆ แต่ไม่บางมาก ซึ่งคิ้วในแบบแรกนี้จะมีลักษณะเป็นแนวตรง ไม่ได้โค้งไปตามรูปหน้า โดยที่ความยาวของคิ้วจะไม่ยาวมากและไม่เน้นการลากหางคิ้วยาวๆ แต่หากไม่อยากให้คิ้วดูทื่อมากจนเกินไป แนะนำว่าให้ใช้ Eye Brow Kit หรือที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นแทนการใช้ดินสอเขียนคิ้ว เพราะจะทำให้คิ้วดูมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า
เทคนิควิธีเขียนคิ้วแบบที่ 2
เขียนคิ้วให้ช่วงปลาย หรือช่วงหางตกเล็กน้อย โดยการเขียนคิ้วในแบบนี้จะคล้ายๆ กับแบบแรก แต่จะเน้นเขียนให้หางคิ้วตกลงมานิดหน่อยเพื่อเสริมให้ใบหน้านั้นดูอ่อนหวาน แถมยังได้ลุคสาวแบ๊วเพิ่มขึ้นอีกด้วย
เทคนิควิธีเขียนคิ้วแบบที่ 3
เขียนคิ้วให้มีลักษณะหางคิ้วโก่งขึ้น ซึ่งคิ้วในแบบนี้จะทำให้ใบหน้าของสาวๆ ดูคมขึ้นกว่า 2 แบบแรก โดยวาดให้บริเวณช่วงปลายคิ้วโก่งขึ้นมาเล็กน้อย แต่ความหนาและความยาวของคิ้วจะยังคล้ายกับ 2 แบบแรก คือ อาจไม่ต้องวาดให้ยาวมาก วาดให้แค่พอดีระยะดวงตาของเราก็พอแต่เดี๋ยวก่อน! สำหรับสาวๆ บางคนที่คิ้วหนา ยังไม่อยากจะเขียนคิ้วเลย แต่อยากแต่งคิ้วให้เข้ารูป ดูสวยเป๊ะ เหมาะกับรูปหน้าก่อน เรายังมีเทคนิคการกันคิ้วให้เข้ากับรูปหน้ามาฝากกันเพิ่มเติมอีกด้วยนะ จะได้สวยแบบครบสูตร

5 เคล็ดลับในการประหยัดเงิน เวลา และความเครียดที่สนามบิน

5 เคล็ดลับในการประหยัดเงิน เวลา และความเครียดที่สนามบินการเดินทางไปยังเมืองใหม่หรือประเทศใหม่ ๆ คือความสนุกสนานและน่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งนะคะ – แต่การจัดการกับความยุ่งยากที่สนามบิน ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวบินที่มีราคาแพง และค่าธรรมเนียมน่ารำคาญต่าง ๆ อีกมากมาย ก็สามารถทำให้เราเหนื่อยและปวดหัวได้ง่าย ๆ เลย แต่ต่อไปก็ไม่ต้องห่วงแล้วค่ะ เพราะวันนี้ MoneyGuru.co.th มีเคล็ดลับในการประหยัดเงิน เวลา และความเครียดที่สนามบินมาฝากค่ะ
ลงทะเบียนเพื่อรับรางวัลจากสายการบิน
แม้ว่าคุณจะไม่ได้บินบ่อยก็จริง แต่เพื่อความประหยัดและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อีกมากมาย คุณควรจะลงทะเบียนเพื่อรับรางวัลจากสายการบินที่คุณใช้บริการบ่อยนะคะ เพราะหลังจากนั้นเพียงไม่กี่เที่ยวบินคุณอาจจะมีไมล์พอ หรือได้รับคะแนนการเดินทางฟรี หรืออาจจะเป็นการลดค่าตั๋วเครื่องบินไปเลยก็เป็นได้ค่ะ และไม่เพียงแค่คุณแลกไมล์สะสมของคุณในการสายการบินเดียวเท่านั้น แต่คุณยังจะได้แลกไมล์สะสมของคุณกับสายการบินพันธมิตรอีกด้วยนะคะ
ใช้ประโยชน์จากห้องรับรองของสนามบิน
เลานจ์หรือห้องรับรองของสนามบินสายต่าง ๆ ไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงเท่านั้น แต่บัตรเครดิตหลายโปรแกรมก็สามารถให้คุณเข้าถึงห้องรับรองได้ฟรีค่ะ นอกจากนี้ ไม่เพียงแค่เลานจ์จะมีแต่ของอร่อย ๆ เพียงเท่านั้นนะคะ แต่เลานจ์เหล่านี้ยังช่วยให้คุณหลบหนีความวุ่นวายของสนามบิน และช่วยให้คุณผ่อนคลายความตึงเครียดก่อนที่เที่ยวบินของคุณจะมาถึงอีกด้วยค่ะ
พกขวดน้ำเปล่า
เคล็ดลับการเดินทางด้วยสนามบินที่ดีที่สุด แถมยังช่วยให้คุณประหยัดทั้งเงินและเวลา คุณควรจะพกขวดน้ำเปล่าเอาไว้ แทนที่เจ้าหน้าที่สนามบินจะเอาขวดน้ำของคุณไปทิ้ง แล้วทำให้คุณต้องหยุดและซื้อขวดน้ำใหม่ ในศูนย์อาหาร มันจะไม่ดีกว่าหรือถ้าคุณจะพกขวดน้ำเปล่าแล้วไปกดเติมน้ำในสนามบินหรือห้องรับรองแทน (แถมยังฟรีด้วยนะ)ล้างคุกกี้ของคุณก่อนจองเที่ยวบิน
หากคุณเคยค้นหาเที่ยวบินออนไลน์ และจากนั้นคุณต้องรอประมาณหนึ่งชั่วโมง เพื่อที่คุณจะเจอราคาเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น! นั่นอาจจะเป็นเพราะคุกกี้ในคอมพิวเตอร์ของคุณ (ไม่ใช่คุกกี้ที่เป็นขนมนะคะ) และเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์นี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางขอแนะนำให้คุณล้างคุกกี้ในคอมพิวเตอร์ของคุณ หรือใช้เบราว์เซอร์ส่วนตัวเมื่อจองเที่ยวบินแทนค่ะ เพียงแค่นี้คุณก็สามารถที่จะจองตั๋วเครื่องบินที่มีราคาถูกในการเดินทางของคุณแล้วล่ะค่ะ
ตรวจสอบกระเป๋าของคุณ
สายการบินส่วนมากจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมกระเป๋าเป็นบรรทัดฐานอยู่แล้วนะคะ ซึ่งวิธีหนึ่งที่จะหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมสัมภาระ และความยุ่งยากของกระเป๋า ก็คือการตรวจสอบกระเป๋าของคุณ ก่อนที่คุณจะมุ่งหน้าไปยังสนามบินเพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมค่ะและหากคุณต้องการอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเงิน บัตรเครดิต รถยนต์ และประกันรถยนต์ คุณสามารถกด Subscribe ทีนี่ได้เลยค่ะ MoneyGuru.co.th จะส่งสาระความรู้ดี ๆ แบบนี้ตรงถึงอีเมลของคุณทุก ๆ สัปดาห์

7 ข้อหายอดฮิตที่มักถูกตำรวจเรียกบ่อยๆ

7 ข้อหายอดฮิตที่มักถูกตำรวจเรียกบ่อยๆ  เชื่อได้เลยว่าใครที่ขับรถอยู่เป็นประจำ จะต้องเผลอกระทำผิดกฎหมายจนเป็นเหตุให้โดนค่าปรับสักครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งมักเป็นข้อหาที่ไม่ร้ายแรงเท่าไหร่นัก แต่อย่างไรเสียหากสามารถปฏิบัติตามกฎจราจรได้อย่างครบถ้วน ก็ไม่ต้องมาคอยกังวลว่าจะถูกตำรวจเรียกเมื่อไหร่
1.ขับรถเร็วเกินกำหนด

อัตราโทษ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท โดยปกติความเร็วสูงสุดที่กฎหมายกำหนดในเขตเมืองจะอยู่ที่ 80 กม./ชม. และนอกเมืองอยู่ที่ 90 กม./ชม. แต่อาจมีการอนุโลมในถนนบางสายให้สามารถใช้ความเร็วเกินกว่านั้นได้ เช่น ทางด่วนบูรพาวิถีอยู่ที่ 110 กม./ชม. หรือมอเตอร์เวย์ชลบุรี-พัทยาอยู่ที่ 120 กม./ชม. ดังนั้น หากใครใช้ความเร็วเกินกว่านี้จะถือว่าผิดกฎหมาย แม้ไม่ถูกตำรวจเรียก แต่ใบสั่งอาจตามไปส่งถึงหน้าบ้านพร้อมรูปถ่ายสวยๆก็เป็นได้
2.จอดรถในที่ห้ามจอด
อัตราโทษ ปรับไม่เกิน 500 บาท จอดรถในที่ห้ามจอดถือเป็นข้อหายอดฮิตโดยเฉพาะชาวกทม. เพราะถนนบางเส้นเห็นคนอื่นเขาจอดกันก็จอดตาม แต่กลับมาที่รถอีกทีปรากฏว่าถูกล็อคล้อพร้อมใบสั่งหนีบไว้ที่กระจกหน้ารถแล้ว ขณะที่รถคันอื่นหายกันไปหมด เจอแบบนี้คงต้องโบกรถไปจ่ายค่าปรับสถานเดียวแล้วล่ะ
3.ขาดต่อภาษีประจำปี
อัตราโทษ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท เมื่อขับรถผ่านด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจมักเพ่งเล็งแผ่นป้ายการเสียภาษีรถยนต์เป็นพิเศษ หากพบว่าหมดอายุก็จะถูกเรียกปรับทันที ดังนั้น ควรต่อภาษีรถยนต์ให้เรียบร้อยก่อนหมดอายุ และควรนำแผ่นป้ายใหม่ที่ได้รับมาติดแทนที่ของเดิมทันที
4.ไม่จัดทำ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
อัตราโทษ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท แม้ว่าปัจจุบันจะไม่มีการติดป้ายแสดงพ.ร.บ.แล้ว แต่หากรถคันไหนขาดต่อภาษีประจำปี ก็เป็นไปได้ว่าจะขาดการต่ออายุพ.ร.บ.ด้วย ดังนั้นหากถูกตำรวจเรียก อาจโดนค่าปรับเป็นสองเด้งเลยก็ได้ แถมจะทำให้เกิดปัญหาในอนาคตเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ
5.ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ
อัตราโทษ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
การยกโทรศัพท์คุยขณะขับรถก็ถือว่าแย่แล้ว แต่หากใครหยิบขึ้นมากดแชท หรืออัพเดตสเตตัสอะไรทำนองนี้ยิ่งแย่กว่า เพราะทำให้เสียสมาธิในการขับรถอย่างรุนแรง หากคุณตำรวจเห็นเข้าล่ะก็รับรองว่าโดนเรียกทันที
6.ขับรถแช่ขวา
อัตราโทษ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
ถือเป็นข้อหายอดฮิตสำหรับใครที่วิ่งต่างจังหวัดบ่อยๆ เลยก็ว่าได้ ซึ่งตามกฎหมายแล้วรถยนต์ทุกคันจำเป็นต้องใช้ช่องทางซ้ายสุด นอกจากต้องการแซงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงคงทำเช่นนั้นได้ยาก เพราะหลุมขนาดใหญ่บนเลนซ้ายก็พร้อมกระซวกช่วงล่างรถคุณได้ทุกเมื่อ ดังนั้นก็ถือว่าเสี่ยงดวงเอาก็แล้วกัน
7.ฝ่าไฟแดง
อัตราโทษ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท  อีกหนึ่งข้อหายอดฮิตสำหรับคนใจร้อน ซึ่งมีสิทธิ์โดนเรียกทันที หรืออาจถูกใบสั่งส่งตามไปถึงบ้านเลยก็ได้ ทางที่ดีหากได้สัญญาณไฟเหลืองก็ควรชะลอหยุดได้แล้ว ดีกว่าฝ่าไฟแดงแล้วไปเกิดอุบัติเหตุ บอกเลยว่าไม่คุ้มอย่างแรง!  จริงๆแล้วข้อหาที่มักพบได้บ่อยยังมีอีกเป็นจำนวนมากมาย ทางที่ดีควรปฏิบัติตามกฎจราจรให้เป็นนิสัย จะได้ไม่ต้องเสี่ยงถูกตำรวจจับ แถมลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุได้ด้วยครับ

ชายพลัดตกบันไดเลื่อนห้างดัง เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาล

ชายพลัดตกบันไดเลื่อนห้างดัง เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลชายพลัดตกจากที่สูง ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน อาการสาหัส ล่าสุดเสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาล พบเป็นคนไทย อายุ 44 ปี

(26 พ.ย.) ร.ต.ต.วชิรเชษฐ์ อัครธีระพงศ์ รอง สวป.สน.ปทุมวัน รับแจ้งเหตุมีชายพลัดตกลงมาจากบันไดเลื่อน ภายในห้างสยามพารากอน ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน จึงรุดไปตรวจสอบ พบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างนำตัวชาย ที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลตำรวจไปก่อนแล้ว โดยบาดเจ็บอาการสาหัส แขนซ้ายหัก ปอดรั่ว หูข้างซ้ายมีบาดแผลฉกรรจ์ ทราบชื่อต่อมาคือนายสำเร็จ แสงธีระปิติกุล อายุ 44 ปี

จากการสอบสวนพยานให้การว่า เห็นนายสำเร็จ ซึ่งสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ สวมกางเกงขาสามส่วนสีเขียวขี้ม้า พลัดตกจากชั้น M ลงมาที่ชั้น B ที่มีความสูงประมาณ 4 เมตร โดยไม่แน่ชัดว่าตั้งใจหรือเป็นอุบัติเหตุ โดยทางห้างได้มอบหลักฐานกล้องวงจรปิดให้ตำรวจเพื่อตรวจสอบข้อเท็จแล้ว ซึ่งตรวจสอบพบว่าไม่ได้เกิดจากบุคคลอื่นมาผลักหรือทำให้ตกลงไป

ล่าสุด รายการ เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ทางช่อง 3 รายงานว่า นายสำเร็จเสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อเวลาประมาณ 23.55 น. ของวันที่ 25 พ.ย. เนื่องจากมีเลือดออกในสมอง ฐานกะโหลกร้าว อวัยวะภายในบอบช้ำอย่างหนักและมีเลือดออกมาก กระดูกหักหลายส่วน ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตต้องรอผลชันสูตรจากแพทย์อีกครั้ง

พระมหาชนก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ความเพียร

พระมหาชนก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ความเพียร “พระมหาชนก” เป็นพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงตั้งพระทัยดัดแปลง “ชนกชาดก” ให้เป็นพระราชนิพนธ์ “พระมหาชนก” ในโอกาสเฉลิมฉลองกาญจนาภิเษกแห่งรัชกาลเมื่อ พ.ศ. 2539 แต่ด้วยความลึกซึ้งของบทพระราชนิพนธ์และความซับซ้อนในการตีความจากภาพประกอบ ทำให้หนังสือพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนกฉบับแรกเป็นที่นิยมในหมู่คนที่เข้าถึงเท่านั้น ต่อมาในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในปี 2542 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดพิมพ์พระราชนิพนธ์เรื่อง “พระมหาชนก” ในรูปแบบการ์ตูน โดยมี “ชัย ราชวัตร” ศิลปินผู้ชำนาญการ เป็นผู้วาดการ์ตูนประกอบด้วยเทคนิคสีน้ำ พระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก มีเนื้อหาที่กล่าวถึงความเพียร ปัญญา และกำลังกาย โดยแบ่งเรื่องออกเป็น 3 องก์ ได้แก่ องก์ 1 กำเนิด องก์ 2  ความเพียร และองก์ 3 ปัญญา โดยเนื้อหากล่าวถึง พระมหาชนก บุตรของพระเจ้าอริฏฐชนก ทายาทของพระเจ้ามหาชนก แห่งเมืองมิถิลา ที่ทรงมีเหตุที่ต้องออกจากพระราชวังด้วยความเข้าใจผิด ก่อนจะดำเนินชีวิตตั้งมั่นในหลักความเพียร ว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรถึง 7 วัน 7 คืน จนได้มาสมรสและครองเมืองมิถิลาอีกครั้ง ก่อนที่พระองค์จะนำความรู้และสติปัญญามาสอนให้เหล่าอำมาตย์ ข้าราชการ และประชาชน ให้มีความรู้ และมีสามัญสำนึกไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ทำให้สังคมเจริญรุ่งเรืองอยู่กับอย่างผาสุกสืบต่อไปกาลนาน ภายใต้เจตนาที่จะส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้เข้าใจถึงปัจจัยที่จะนำไปสู่การทำงานให้ประสบความสำเร็จ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า จึงได้ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟฟิกส์ไทย (TACGA) ซึ่งประกอบด้วยบริษัทด้านดิจิทัลคอนเทนต์กว่า 15 บริษัท และผู้ชำนาญการด้านงานแอนิเมชันกว่า 250 คน จัดทำภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง “พระมหาชนก” ขึ้น โดยใช้ระยะเวลาผลิตทั้งสิ้น 4 ปี จากปี 2553-2557ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชันเรื่องพระมหาชนกมีเป้าหมายที่จะมุ่งให้เด็กและเยาวชนได้ดู และเข้าใจถึงคุณธรรมที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานแก่พสกนิกรไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเพียร การใช้สติปัญญา และการมีกำลังกายที่สมบูรณ์ ซึ่งนอกจากการถ่ายทอดเนื้อหาเหล่านี้แล้ว ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้ยังแสดงให้เห็นถึงฝีมือของคนไทย ในการผลิตคอนเทนต์ในรูปแบบดิจิทัล หรือ Digital Content ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ Digital Economy ภาพยนตร์แอนิเมชัน “พระมหาชนก” ชุดนี้ทำหน้าที่ถ่ายทอดแนวคิดด้านคุณธรรม ความดีไปยังประชาชนทุกเพศทุกวัย เพื่อน้อมนำคำสอนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นแนวทางในการฝ่าพันอุปสรรคและประสบความสำเร็จในชีวิตและเพื่อเป็นการเผยแพร่ให้ประชาชนได้เห็นถึงพระอัจริยภาพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ซิป้าจึงได้ นำภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชัน เรื่องพระมหาชนก มาถ่ายทอดอีกครั้งในช่วงนี้  นายมนต์ชัย ศรีเจริญศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการตลาด 2 สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า กล่าวว่า ซิป้าได้ประสานงานกับทางสถานีโทรทัศน์และสื่อต่างๆ เพื่อนำภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชัน “พระมหาชนก” กลับมาออกอากาศอีกครั้ง หลังจากที่เคยออกอากาศไปแล้วเมื่อปี 2557  โดยจะเผยแพร่ในรูปแบบภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชันความยาวทั้งสิ้น 112 นาที เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมกับพระอัจริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอีกครั้งหนึ่ง เพราะคำสอนของพระองค์ท่านนั้นยังคงอยู่ ผมจึงขอเชิญชวนทุกท่านรับชมภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชันเรื่อง “พระมหาชนก” หรือผู้ที่ยังไม่เคยชมให้มาชมกันในช่วงนี้เพราะเป็นบทพระราชนิพนธ์ในพระองค์ท่านที่ทรงต้องการพระราชทานหลักธรรมนำชีวิตให้กับพสกนิกรชาวไทยอันเป็นที่รักของพระองค์ทุกคน “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ทรง มีพระบรมราชวินิจฉัยภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชันเรื่องพระมหาชนก ด้วยพระองค์เอง ในทุกรายละเอียด อาทิ ทรงค้นเรื่องพระมหาชนกในพระไตรปิฎกและทรงแปลเป็นภาษาอังกฤษตรงจากมหาชนกชาดก ตั้งแต่ต้นเรื่อง โดยทรงดัดแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังทรงแปลเป็นภาษาสันสกฤตประกอบอีกภาษา รวมทั้งแผนที่ฝีพระหัตถ์แสดงสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองโบราณบางแห่งและข้อมูลอุตุนิยมวิทยาเกี่ยวกับทิศทางลม กับกำหนดวันเดินทะเลตลอดจนจุดอับปางของเรืออับโชค ทรงคาดคะเนโดยอาศัยข้อมูลทางโหราศาสตร์ แสดงถึงพระปรีชาในด้านอักษรศาสตร์ ภูมิศาสตร์และโหราศาสตร์ไทย” นอกเหนือจากการประสานงานเพื่อเผยแพร่ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชัน เรื่องพระมหาชนก ในสถานีโทรทัศน์ต่างๆ แล้ว ซิป้า ยังได้แจกจ่ายดีวีดีภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชัน เรื่องพระมหาชนก ให้เป็นของที่ระลึกให้กับประชาชนที่เดินทางมาแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่บริเวณหน้าพระบรมหาราชวัง  และซิป้ายังมีแผนเผยแพร่ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชัน “พระมหาชนก” เพื่อแสดงถึงพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้ประชาชนได้ทราบต่อไป

บิ๊กตู่ ยิ้ม ถูกตัดต่อภาพเป็นไอ้มดแดง บอกอย่าให้รู้ว่าใครทำ

บิ๊กตู่ ยิ้ม ถูกตัดต่อภาพเป็นไอ้มดแดง บอกอย่าให้รู้ว่าใครทำ(25 พ.ย.59) สังคมออนไลน์แชร์รูปตัดต่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะที่นำเหล่าข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงาน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานภายในทำเนียบรัฐบาล ออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงตื่นตัวในการปฏิบัติงานและประกอบกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ที่ บริเวณด้านหน้าสนามหญ้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล มาตัดต่อกับรูปการตูนอย่าง “ไอ้มดแดง” จนฮือฮาเป็นกระแสไปทั่ว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการเข้าตรวจเยี่ยมและติดตามงานกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาถึงเรื่องดังกล่าวอย่างอารมณ์ดี ว่า “เป็นพรีเซ็นเตอร์ทุกเรื่องเลยนะ ให้ถ่ายรูปฉันไปต่อยกับตั๊กแตน อย่าให้รู้ว่าใครทำ” ก่อนที่จะเดินยิ้มขึ้นรถกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต่อที่ทำเนียบรัฐบาล